วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

บทความน่าสนใจ

เปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้าไปดาวน์โหลดไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ (Microsoft Office 2010)

เปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้าไปดาวน์โหลด เพื่อทดลองใช้งานเวอร์ชั่นเบต้าแล้ววันนี้ โดยผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 3.8 ล้านรายพร้อมใจทดลองใช้เพื่อรับประสบการณ์การทำงานใหม่ๆ...นางสาวลิซ่า ลัม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ (Microsoft Office 2010) ถือเป็นเครื่องมือสำหรับการทำงานของคนรุ่นใหม่อันทรงพลัง ที่จะทำให้ผู้ใช้งานนำเสนอความคิดออกมาได้อย่างเต็มศักยภาพ และเข้ามาช่วยแก้ปัญหาของผู้ใช้งาน รวมถึงการเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ได้อีกด้วย ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ โฉมใหม่ได้ถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเวอร์ชั่น ขณะนี้ เพื่อทำให้ผู้ใช้งานทำงานได้เร็ว ง่าย และเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเวฟ 2010 ที่เป็นออฟฟิศ โซลูชั่นนั้นถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่พิเศษเป็นอย่างยิ่งสำหรับทิศทาง และประวัติศาสตร์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ไมโครซอฟท์ กล่าวต่อว่า ไมโครซอฟท์ รู้สึกตื่นเต้นกับคลื่นแห่งนวัตกรรมที่ไมโครซอฟท์ จะส่งมอบให้กับลูกค้า จึงอยากเชิญชวนให้ลูกค้าเข้าไปดาวน์โหลดเวอร์ชั่นเบต้าไปทดลองใช้เพื่อรับประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งาน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานยิ่งขึ้น ด้วยการทำให้ความคิดต่างๆ ที่ทำได้จริง โดยช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้ประสิทธิผลสูงสุดทั้งที่สำนักงาน บ้าน และโรงเรียน ส่งผลให้ดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชมการนำเสนอได้ดี ทั้งยังสร้างให้เกิดแรงบันดาลใจแก่ผู้ที่ชมการนำเสนองานของผู้ใช้งาน Office Professional Plus 2010 เบต้า ที่ประกอบไปด้วยโปรแกรมต่างๆ ดังนี้ คือ Microsoft Word, Microsoft Excel, Microsoft PowerPoint, Microsoft Access, Microsoft OneNote และ Microsoft Outlookนางสาวลิซ่า กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ Microsoft Office 2010 ยังได้เพิ่มส่วนที่จะเข้ามาสนับสนุน ให้เกิดการทำงานร่วมกันด้วยเครื่องมือที่ช่วยสร้างผลลัพธ์จากการทำงานร่วมกับผู้อื่นในเวลาเดียวกันได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อ และเข้าถึงเอกสารที่ถูกจัดเก็บไว้ในที่ต่างๆ ทั่วโลก ด้วย Microsoft Office 2010 โดย Microsoft Office 2010 ที่จะเปิดตัวในเดือน มิ.ย.2553 มีให้เลือกใช้งานได้ใน 2 รูปแบบ คือ รูปแบบการใช้งานบนพีซี หรือ พีซีเบส และ รูปแบบที่ใช้งานผ่านเว็บ หรือ เว็บเบส ผู้ที่สนใจดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ http://www.microsoft.com/office/2010/en/default.aspx ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ไมโครซอฟท์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ มีผู้ดาวน์โหลด Microsoft Office 2010 เวอร์ชั่นเบต้าไปทดลองใช้งานกันแล้วกว่า 3.8 ล้านรายทั่วโลกเพื่อเปิดประสบการณ์การทำงานใหม่ๆ ให้กับตนเอง โดยชุดโปรแกรมได้รับการปรับปรุงเพิ่มขึ้นในจุดสำคัญๆ มีการปิดช่องว่างที่เกิดขึ้นในการใช้งานบน Windows Vista มาสู่ Windows 7 โดยมีการออกแบบบนพื้นฐานของริบบอน ที่เป็นชุดไอคอนคำสั่งในการใช้งาน Office ที่เปิดตัวไปพร้อมกับ Office 2007 และได้มีการขยายไปให้รวมไว้ในชุดเต็มของออฟฟิศแอพลิเคชันรายงานข่าวแจ้งว่า คุณสมบัติของเครื่องที่จะสามารถใช้งาน Microsoft Office 2010 เวอร์ชั่นเบต้าได้ ได้แก่ มีระบบประมวลผล หรือ โพรเซสเซอร์ ที่มีความเร็วไม่ต่ำกว่า 500 เมกกะเฮิร์ทซ์ 32 บิท หรือ 64 บิท หน่วยความจำไม่ต่ำกว่า 256MBพื้นที่ดิสก์ไม่ต่ำกว่า 3GB จอแสดงผลที่มีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 1,024x768 พิกเซล DVD-R/W Drive ใช้ระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ เอ็กซ์พี เซอร์วิสแพค 3 (32 บิท) วินโดวส์ วิสต้า เซอร์วิสแพค 1 (32 บิท หรือ 64 บิท) วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 อาร์ 2 (32 บิท หรือ 64 บิท) วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2008 เซอร์วิสแพค 2 (32 บิท หรือ 64 บิท) และ วินโดวส์ 7 (32 บิท หรือ 64 บิท)

ข่าวจาก : ไทยรัฐวันที่ : 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13:33 น.
http://www.bcoms.net/news/detail.asp?id=10396

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การออกแบบและพัฒนาเลิร์นนิ่ง อ๊อบเจ็ค

การออกแบบและพัฒนาเลิร์นนิ่ง อ๊อบเจ็ค

การออกแบบและพัฒนาเลิร์นนิ่ง อ๊อบเจ็ค การพัฒนาเลิร์นนิ่ง อ๊อบเจ็ค ต้องอาศัยทีมงานในการทำงานซึ่งประกอบด้วย อย่างน้อย ได้แก่
1) ผู้ชำนาญด้านเนื้อหา
2)นักออกแบบการเรียนการสอน
3) นักออกแบบกราฟิก
4) ผู้เขียนโปรแกรมขั้นตอนการดำเนินงาน1.ขั้นตอนการพัฒนาเนื้อหา นักออกแบบหรือหัวหน้าผู้พัฒนาคอร์ส คือ ผู้ที่รับผิดชอบงานในส่วนนี้ เป็นหลัก โดยปรึกษาประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา และอาจปรึกษากับทีมงานกราฟิกและโปรแกรมในช่วงของการเขียนสตอรี่บอร์ด โดยดำเนินการ ดังนี้
1.1 กำหนดวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ หรือขีดความสามารถของผู้เรียนที่ต้องการ(competency)1.2 กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่เหมาะสม จากแหล่งความรู้ทั่วไป และ ผู้สอนอื่นๆ
1.3 วิเคราะห์ผู้เรียน เช่น ลักษณะการเรียนรู้ (learning style) เป้าหมายทางการปฏิบัติงานหรืออาชีพ เพื่อกำหนดความเหมาะสมของกิจกรรม
1.4 เขียนสตอรี่บอร์ด (storyboard scripting) เป็นการกำหนด สิ่งที่จะปรากฏบนหน้าจอ รวมทั้ง การปฏิสัมพันธ์ของผู้เรียนกับโปรแกรมการนำเสนอเนื้อหาต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา และทีมงานผลิต
1.5 เขียนโฟล์วชาร์ต (flowchart) การเขียนโฟล์วชาร์ต ช่วยสื่อให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างหน้าจอแต่ละหน้า ในรูปแบบความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ซึ่งตอบสนองคุณสมบัติของสื่อผสมหลายมิติได้ดี
2. การผลิต ขั้นตอนนี้เป็นความรับผิดชอบของทีมงานสร้าง ซึ่งจะทำงานตามสตอรี่บอร์ด และแผนที่ได้วางไว้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
2.1 ทีมงานผลิต ศึกษา โฟล์วชาร์ต และ สตอรี่บอร์ดโดยละเอียด
2.2 ทีมงานผลิต ให้คำแนะนำ เกี่ยวกับรูปแบบ และอาจเสนอประเด็นปัญหาในเชิงเทคนิคที่อาจเกิดขึ้น ให้กับ นักออกแบบหรือหัวหน้าผู้พัฒนาคอร์ส เพื่อร่วมแก้ไข
2.3 ทีมงานผลิต กรณีที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ทีงานผลิตอาจแยกความรับผิดชอบงานออกเป็นชิ้นย่อย เช่น วัตถุสามมิติ วีดิทัศน์ เสียง จึงลงมือสร้าง และนำมารวบรวมในไซต์ที่กำหนดไว้ระหว่างการทดสอบ

สรุป แนวทางของการออกแบบองค์ประกอบทางทัศนะ และการออกแบบและพัฒนาเลิร์นนิ่ง อ๊อบเจ็ค

แนวทางของการออกแบบองค์ประกอบทางทัศนะ

แนวทางของการออกแบบองค์ประกอบทางทัศนะประกอบด้วย

1. นำเสนอสาระพอควรในแต่ละหน้าจอ ถ้าบรรจุสาระแน่น เกินไป ทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ ใช้เวลามากในการเรียนรู้
2. กรณีที่ต้องมีการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ควรเสนอสาระนั้นๆเป็นกลุ่มย่อยๆเพื่อง่ายต่อการเข้าใจของผู้เรียน เช่น สร้างหน้าจอซ้อน วินโดวส์แทรก หรือปุ่มสัญรูปให้ผู้เรียนกด
3. กรณีใช้กรอบวินโดวส์เพื่อรวมหรือแยกสารสนเทศออกจากกัน ในการนำเสนอ เพื่อวัตถุประสงค์ ได้แก่3.1. ดึงความสนใจของผู้เรียนไปยังสาระบางอย่าง
3.2. เพื่อลดความแน่นของหน้าจอ
3.3. สร้างรูปแบบการนำเสนอ ให้ผู้เรียนคุ้นเคยกับสาระ ในตำแหน่งบนหน้าจอต่างๆ
4. ใช้ปุ่มที่สื่อความหมายเป็นรูปธรรม ง่ายต่อความเข้าใจ และจูงความสนใจผู้เรียน
5. ให้ใช้การนำเสนอด้วยรูปภาพ ไดอะแกรม และโฟล์วชาร์ต ในการการเสนอภาพ จะช่วยให้ผู้เรียนเห็นภาพรวม ง่ายต่อความเข้าใจและจำได้
6. เทคนิคที่ช่วยนิเทศก์ผู้เรียน
6.1. วางสาระ องค์ประกอบต่างๆ ในตำแหน่งที่คงที่
6.2. วางผังของหน้าจอ(เลย์เอ้าท์) ให้สม่ำเสมอในหน้าจอ
6.3. กำหนดรูปแบบของทัศนะบนหน้าจอให้คงที่ ควรทำการการชี้แนะให้ผู้เรียนตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงนั้น
6.4. ใช้ขนาดของ สี และรูปร่าง เป็น ตัวชี้แนะ
6.5. ใช้ป้ายหรือสัญลักษณ์บอกตำแหน่ง ทำให้ผู้เรียนจำได้ว่าศึกษาอยู่ที่ส่วนใด ผ่านมาจากส่วนใด และจะไปยังส่วนนั้นๆ ได้อย่างไร ป้ายหรือสัญลักษณ์บอกตำแหน่งนี้ควรมีให้อ้างอิงโดยง่าย6.6. ให้มีมุมแบบนกมอง คือ สามารถมองได้ทั้ง ระยะไกล หรือ ใกล้จนเห็นรายละเอียด เพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ความรู้สึกว่าควบคุมได้ กรอบอ้างอิงนี้จะให้ผู้เรียนรู้ว่าตนเองอยู่ที่ใด มาจากที่ใด และจะสามารถไปยังที่ใดได้อีก การให้กรอบอ้างอิงนี้ผู้เรียนจะสามารถมุ่งเน้นอยู่กับเนื้อหาสาระในโปรแกรมการเรียน
7. เทคนิคในการกำหนดตำแหน่งสาระบนหน้าจอ
7.1. วางสาระสำคัญในตำแหน่งที่สำคัญ หลีกเลี่ยงการวางไว้ในตำแหน่งริม
7.2. แสดงสาระที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างหน้าจอ ต่อ หน้าจอ
7.3. วางสาระที่บอกสิ่งที่แสดงอยู่ปัจจุบัน เช่น เมนู ไว้ในตำแหน่งที่คงที่
7.4. แสดงปุ่มการนำทางไว้ใกล้ขอบของหน้าจอ
8. เมื่อต้องการแสดงสาระสำคัญที่ต้องการดึงดูด ให้ใช้เทคนิค เช่น ลูกศร การบรรยาย แยกสาระนั้นออกมาต่างหาก ในรูปวัตถุใดวัตถุหนึ่ง ใช้วินโดว์สโผล่ ใช้สีหรือรูปร่างเข้าช่วย ใช้การไฮไลต์สี หรือ มีการแยกสีหรือชนิดของอักษร เป็นต้น
9. เทคนิคที่ช่วยในการชี้แนะสาระ
9.1. ใช้การกระพริบ ต้องการดึงความสนใจผู้เรียนให้เกิดขึ้นทันที
9.2. ระวังขอบให้อยู่ห่างจากวัตถุที่ล้อมรอบ
9.3. ให้ไฮไลต์หรือใช้สีสว่างบริเวณที่ต้องการเน้น หรือทำให้สีพื้นเบื้องหลังมืดลง
9.4. จำกัดให้การไฮไลต์ไม่เกิน 10% ของหน้าจอ
9.5. หลีกเลี่ยงการใช้ตัวชี้แนะมากเกินไปในแต่ละครั้ง
10. เทคนิคเกี่ยวกับสี
10.1. จำกัดจำนวนของสีบนหน้าจอแต่ละครั้ง
10.2. ให้ใช้สีอักษรเข้มบนพื้นสีอ่อน สีฟ้าคือสีพื้นหลังที่ดีที่สุด
10.3. ให้หลีกเลี่ยงการใช้ตัวชี้แนะ (cue) ที่ใช้ความแตกต่างของสีเท่านั้น อาจใช้รูปร่างประกอบด้วย ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สำหรับผู้เรียนที่มีความพิการทางการเห็นสี